พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ แข็งแรง คงทน และทนต่อการกัดแทะของแมลงได้ดี

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ หมายถึงการนำไม้จริงผ่าเป็นแผ่นวีเนียร์ประกับติดกับแผ่นไม้อัดสลับเสี้ยนที่ใช้สำหรับงานผลิตพื้นไม้โดยเฉพาะมาอบไสรางลิ้นรอบตัวเคลือบผิวหน้า ลวดลายและสีเป็นไปตามสายพันธุ์ของไม้ มีความหนาตั้งแต่ 9-20 มิลลิเมตร ความกว้างมีตั้งแต่ 4 นิ้วเป็นต้นไป โดยจุดเด่นของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือการนำไม้มาปรับสภาพอากาศให้เหมาะสม ทำให้มีความหลากหลายในด้านขนาดของไม้ ทางด้านกระบวนการผลิตก็เน้นความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ

คุณสมบัติของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ใกล้เคียงกับพื้นไม้จริง

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีคุณสมบัติใกล้เคียงพื้นไม้จริง แผ่นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ส่วนมากมักมีความหนาประมาณ 1.4 มม. ผลิตโดยนำแผ่นไม้จริงบางๆ หลายแผ่นมาวางซ้อนทับโดยทำมุมไขว้กันไปมาเพื่อความแข็งแรง โดยที่ชั้นบนสุดจะเป็นไม้จริงที่มีลวดลายสวยงามราคาแพง เช่น ไม้วอลนัท ไม้สัก ไม้โอ๊ค เป็นต้น และไม้ในชั้นอื่นๆ จะเป็นไม้ที่มีราคาถูกลงมา ทำให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ราคาถูกกว่าพื้นไม้จริงแต่เมื่อปูแล้วจะไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างพื้นไม้จริงได้เลยเพราะผิวด้านบนก็คือไม้จริง

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มีความแข็ง คงทน และทนต่อการกัดแทะของแมลงได้ดี เนื่องจากเป็นไม้ที่ผลิตสารแทนนินได้มากซึ่งแมลงไม่ชอบ นิยมนำมาให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ และวัสดุปูพื้น เนื่องจากลวดลายที่สวยงาม และสีของไม้เป็นธรรมชาติ จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักออกแบบในบ้านเรา ที่นิยมการแต่งบ้านสไตล์เรียบหรู

ข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือ มีสี ลายให้เลือกเยอะ ได้หน้าไม้จริง ดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ทันสมัย มีความคงตัวสูง ไม่ยืด หด หรือห่อขยายตัวง่าย มีการขัดทำสีสำเร็จมาแล้ว ทำให้หน้างานฝุ่นไม่ฟุ้งกระจาย และติดตั้งได้รวดเร็ว พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ซึ่งจะต้องปลอดสารเคมีและสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายต่อคนในบ้าน รวมถึงเพิ่มคุณภาพของไม้ ลดปัญหาการบิดโก่ง การยืดหดและขยายตัวเมื่อถูกความชื้น รับประกันปลวกและมอดไม่ทำลายเนื้อไม้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการใช้ทรัพยากรป่าไม้